สรุปหุ้น ICHI – อิชิตัน กรุ๊ป (Ichitan Group PCL)

หนึ่งในหุ้นที่โดดเด่นในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มของ SET หุ้นไทย คือหุ้น ICHI หรือ หุ้นอิชิตัน ที่มีชาเขียวพร้อมดื่มและชาพรีเมียมเป็นตัวชูโรงธุรกิจ พร้อมกับสินค้าใหม่ ๆ ขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่

บทความนี้เจะพาไปเจาะลึกกันว่า โมเดลธุรกิจของอิชิตัน กรุ๊ปในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง โอกาสการเติบโตในอนาคต พร้อมกับความท้าทายอะไรบ้างที่นักลงทุนต้องรู้ ก่อนตัดสินใจหยิบหุ้น ICHI เครื่องดื่มตัวนี้เข้าพอร์ต

หุ้น ICHI คืออะไร ทำความรู้จักอิชิตัน กรุ๊ป 

หุ้น ICHI เป็นหุ้นของบริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด ก่อตั้งในปี 2553 โดย คุณตัน ภาสกรนที เริ่มต้นธุรกิจจากสินค้าชาเขียวพร้อมดื่ม ที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง 

ในปัจจุบันธุรกิจเครื่องดื่มภายใต้ อิชิตัน กรุ๊ป เติบโตและปล่อยสินค้าครอบคลุมต่อฐานลูกค้าแต่ละกลุ่มมากขึ้น

อ้างอิง: kapook

กลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของอิชิตัน กรุ๊ป 

จากผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องดื่มชาเชียว โครงสร้างธุรกิจของหุ้น ICHI มาจากผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตามสไตล์ของผู้บริโภคแต่ละประเภท

กลุ่มชาเขียว

เครื่องดื่มชาเขียว ที่ประกอบด้วยสินค้าที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนานอย่าง อิชิตัน กรีนที และชาระดับพรีเมียมอย่าง ชิซึโอกะ รวมถึงชาผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าว ชิว ชิว และเครื่องดื่มตัวใหม่ล่าสุดอย่าง อิชิตัน ไอซ์ที เลมอน โคลด์บรูว์

กลุ่มเครื่องดื่มสมุนไพร

เย็นเย็น เครื่องดื่มสมุนไพรดับร้อนที่เป็นผู้นำในตลาด

กลุ่มเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและเครื่องดื่มอัดลม

กลุ่มที่เอาใจสายสุขภาพอย่าง เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ น้ำด่าง PH Plus 8.5 ผสมวิตามิน น้ำอัดลมสไตล์เกาหลี ตันซันซู

ธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM)

นอกจากสินค้าของแบรนด์ตัวเองแล้ว อีกธุรกิจที่ทำให้หุ้นอิชิตันน่าสนใจ คือ ธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) ที่ใช้ความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยของตัวเอง รับผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ

อ้างอิง: kaohoon

ผลประกอบการและรายได้ของ หุ้น ICHI ย้อนหลังและการเติบโตในอนาคต

ในธุรกิจเครื่องดื่ม ไม่ได้วัดกันที่ยอดขายอย่างเดียว แต่เน้นจำนวนการผลิตในโมเดลเน้นปริมาณยอดขายสูง แต่มีอัตรากำไรต่อหน่วยไม่มาก สำหรับหุ้น ICHI ที่ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตรวมสูงถึง 1,500 ล้านขวด และ 200 ล้านกล่องต่อปี

ผลประกอบการย้อนหลัง

ผลประกอบการย้อนหลัง ปี 2565 ถึง 2568 ดังนี้

ปีบัญชีรายได้รวม (ล้านบาท)กำไรสุทธิ (ล้านบาท)กำไรต่อหุ้น (บาท)
25656,340.36641.640.49
25668,049.901,100.420.85
25678,594.391,306.261.00
25688,086.251,327.61.02

อ้างอิง: SET ข้อมูลจากเดือนเมษายน 2569 

รายได้และกำไรในปี 2568

ในปี 2568 จากรายละเอียดของหุ้น ICHI รายได้รวมลดลงประมาณ 5% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิยังเติบโต 1.6% สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุน รวมถึงการเติบโตของยอดขายต่างประเทศและธุรกิจรับจ้างผลิต (OEM) ที่เพิ่มขึ้นถึง 37.2%

โครงสร้างการเงิน

บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นในระดับต่ำ 0.20 เท่า ในสิ้นปี 2568 แสดงให้เห็นว่ามีความเสี่ยงทางการเงินต่ำ

หุ้นอิชิตัน จ่ายเงินปันผลที่สม่ำเสมอและในอัตราที่สูง ในปี 2568 จ่ายรวม 1.10 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินปันผลต่อกำไรสุทธิสูงถึง 107.7% จ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิและกำไรสะสมของบริษัท

อ้างอิง: ichitangroup

ปัจจัยบวกและความเสี่ยงของหุ้น ICHI

หุ้น ICHI หรือ หุ้นอิชิตัน มีทั้งโอกาสเติบโตและความเสี่ยงที่นักลงทุนควรพิจารณา

โอกาสเติบโตของธุรกิจ 

ปัจจัยด้านโอกาสเติบโตของธุรกิจ ดังนี้

กลยุทธ์รายละเอียด
แผนขยายกำลังการผลิตสร้างโรงงานใหม่ 70 ไร่ เพิ่มกำลังผลิต 1.5 เท่า และอัปเกรดเครื่องจักรเป็น 900 ขวด/นาที เพื่อรองรับอนาคต
สิทธิประโยชน์ BOIการได้รับสิทธิ BOI ช่วยลดภาระทางภาษี และเพิ่มอัตรากำไรได้อย่างชัดเจน
การตลาดเจาะกลุ่ม Gen Zดึงพรีเซนเตอร์จากซีรีส์ดังมาช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ในระยะยาว
ลดการลงทุนสินทรัพย์ต่างประเทศเปลี่ยนไปร่วมมือกับโรงงานท้องถิ่น แทนการลงทุนสร้างเองทั้งหมด เพื่อลดภาระเงินลงทุนและความเสี่ยง

ด้านความเสี่ยง

ปัจจัยด้านความเสี่ยง ดังนี้

ปัจจัยเสี่ยงรายละเอียดและผลกระทบ
ต้นทุนวัตถุดิบผันผวนราคาใบชาผันผวนตามสภาพอากาศโลก ซึ่งใบชาคิดเป็นสัดส่วนถึง 30% ของต้นทุนทั้งหมด
นโยบายภาษีความหวานภาษีน้ำตาลที่ปรับขึ้นอาจกระทบต่ออัตรากำไร หากบริษัทไม่สามารถปรับราคาสินค้าได้ทันเวลา
ธุรกิจผูกติดกับตัวบุคคลหุ้น ICHI และแบรนด์มีความผูกพันกับคุณตันสูง แต่ผู้บริหารเคยแสดงสปิริตลดเงินเดือนตัวเองช่วงต้นทุนผันผวนมาแล้ว
การแข่งขันในตลาดสูงตลาดชาเขียวแข่งขันดุเดือด ทำให้บริษัทต้องคิดค้นและพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาส่วนแบ่ง

หุ้น ICHI เหมาะกับนักลงทุนแบบไหน

โดยสรุป หุ้น ICHI หรือหุ้นอิชิตัน ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่เพียงหุ้นตามกระแส แต่มีพื้นฐานและวิสัยทัศน์ในการบริหารต้นทุนที่แข็งแกร่ง จึงเหมาะกับนักลงทุน ดังนี้

  1. นักลงทุนที่ต้องการลงทุนหุ้นที่มีกำไรเติบโตชัดเจน พร้อมกับการรับเงินปันผลที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาด
  2. นักลงทุนสายเก็งกำไรเชิงฤดูกาล ช่วงไตรมาส 1 และ 2 ของปี ซึ่งเป็นช่วงยอดขายพีค จากสภาพอากาศร้อนและเทศกาลสงกรานต์
  3. นักลงทุนที่เน้นประสิทธิภาพการผลิตของโรงงาน 

หมายเหตุสำคัญ

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำหรือการชี้ชวนในการซื้อขายหลักทรัพย์ การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลล่าสุดอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

สรุปส่งท้าย

หุ้น ICHI หรือ หุ้นอิชิตัน ที่มียอดกำไรและจำนวนเงินปันผลสูงขึ้นในแต่ละปี ถือเป็นหุ้นหนึ่งตัวที่น่าสนใจในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม

ทั้งข้อดีของอิชิตัน กรุ๊ป ด้านการบริหารต้นทุน การใช้กำลังการผลิต และการขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งในและตลาดต่างประเทศ ทำให้การเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว อย่างไรก็ตามควรติดตามปัจจัยเสี่ยง เพื่อประเมินโอกาสก่อนการลงทุน