สรุปปัจจัยที่มีผลต่อราคาหุ้น SABUY เช็กการปันผล และธุรกิจในเครือ

ราคาหุ้น SABUY เคยเป็นหุ้นดาวเด่นที่พุ่งสูงสุดในระดับที่นักลงทุนจำกันได้ ก่อนจะร่วงหนักจนเข้าสู่สถานะพักการซื้อขายในปัจจุบัน บทความนี้สรุปเส้นทางของหุ้นตั้งแต่เข้าจดทะเบียน ปัจจัยที่ทำให้ราคาพังพินาศ เรื่องการเปลี่ยนชื่อเป็น WSOL การจ่ายปันผลในอดีต และธุรกิจในเครือที่ยังดำเนินอยู่ พร้อมอธิบายว่าตอนนี้หุ้นอยู่ในสถานะใดของกระบวนการกำกับดูแล

ทำความรู้จัก บมจ.สบาย เทคโนโลยี ก่อนเข้าสู่ตลาดทุน

บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SABUY เป็นธุรกิจด้านโซลูชันการชำระเงินดิจิทัลและบริการฟินเทค ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงยุคแอปพลิเคชันสั่งอาหารและเศรษฐกิจแบบไร้เงินสดขยายตัว โดยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 ด้วยการเสนอขายไอพีโอจำนวน 157 ล้านหุ้น ที่ราคาหุ้นละ 2.50 บาท

หลังเข้าตลาด ราคาหุ้น SABUY ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งจนกลายเป็นหุ้นที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากกระแสธุรกิจฟินเทค ทว่าโครงสร้างธุรกิจที่ขยายตัวเร็วและการลงทุนขนาดใหญ่ก็ได้ฝังความเสี่ยงที่จะระเบิดขึ้นในเวลาต่อมา

ศัพท์ตลาดหุ้นที่ต้องรู้ในข่าวนี้

เก็บนิยามไว้อ่านประกอบข่าวประชาสัมพันธ์ของตลาดหลักทรัพย์

NC

Non-Compliance เครื่องหมายเตือนว่าบริษัทไม่เป็นไปตามข้อกำหนดการจดทะเบียน ผู้ลงทุนต้องใช้ความระมัดระวัง

SP

Suspension การพักการซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราว ผู้ถือหุ้นจึงไม่สามารถซื้อหรือขายหุ้นได้ในช่วงนั้น

Cash Balance

เงื่อนไขซื้อขายที่บังคับให้ซื้อหุ้นด้วยเงินสดเท่านั้น ห้ามใช้วงเงินเครดิตหรือมาร์จิ้นสำหรับหลักทรัพย์ที่เสี่ยงสูง

Ceiling / Floor

ราคาสูงสุดและต่ำสุดที่อนุญาตให้เสนอซื้อขายได้ในแต่ละวัน ปกติ +-30% แต่ตลาดฯ กำหนดพิเศษได้

ฟื้นฟูกิจการ

กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ภายใต้การกำกับของศาลล้มละลายกลาง เพื่อให้กิจการดำเนินต่อได้และเป็นธรรมกับเจ้าหนี้

เพิกถอน

การตัดหลักทรัพย์ออกจากการจดทะเบียน หุ้นที่ถูกเพิกถอนจะไม่สามารถซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ได้อีก

หุ้น SABUY หายไปไหน เส้นทางจากดาวเด่นสู่พักการซื้อขาย

คำถามยอดนิยมว่า หุ้น SABUY หายไปไหน มีคำตอบจากเหตุการณ์เป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งเริ่มต้นจากผลประกอบการที่พลิกผันหนักในช่วงสั้นๆ ก่อนจะนำไปสู่มาตรการกำกับของตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างเป็นลำดับ

จุดเริ่มต้นของวิกฤตผลการดำเนินงาน

ปี 2566 บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิ 189.83 ล้านบาท จากนั้นในไตรมาสแรกของปี 2567 ก็ประกาศตัวเลขขาดทุนมโหฬารถึง 1,960.72 ล้านบาท ซึ่งกลายเป็นจุดชนวนให้นักลงทุนเทขายหุ้นจนราคารูดลงแรงต่อเนื่อง โดยร่วงไปแตะระดับต่ำสุดนับจากวันเข้าจดทะเบียนที่ 83 สตางค์ ในวันที่ 11 มิถุนายน 2567 และปิดที่ 95 สตางค์เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2567

สถานการณ์ยังเลวร้ายลงเมื่อผลการดำเนินงานทั้งปี 2567 ออกมาขาดทุนหนักราว 5,740 ล้านบาท ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นในงบการเงินกลายเป็นติดลบ ซึ่งเป็นฐานะการเงินที่เข้าข่ายต้องปรับปรุงตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ผู้ที่ต้องการติดตามย้อนหลังสามารถรับชานภาพรวมเหตุการณ์ช่วงนั้นจากสำนักข่าวด้านตลาดทุนได้จากลิงก์ด้านล่าง

อ้างอิง: Kaohoon TV

การติดเครื่องหมาย NC และ SP และการยื่นฟื้นฟูกิจการ

เมื่องบการเงินประจำปี 2568 มีส่วนของผู้ถือหุ้นน้อยกว่าศูนย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจึงประกาศให้หุ้นเข้าข่ายต้องปรับปรุงฐานะการเงินและการดำเนินงาน พร้อมขึ้นเครื่องหมาย NC และ SP ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2569

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 คณะกรรมการบริษัทมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง โดยแต่งตั้งบริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัท วีระวงศ์ ชินวัตร และพาร์ทเนอร์ส เป็นที่ปรึกษากฎหมาย

หลังยื่นฟื้นฟู ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดให้ซื้อขายหุ้นชั่วคราวเพียงช่วงสั้นๆ ระหว่างวันที่ 24 เมษายน ถึง 25 พฤษภาคม 2569 ภายใต้เงื่อนไขเข้มงวด ได้แก่ การซื้อด้วยบัญชี Cash Balance การกำกับเครื่องหมาย NC ตลอดระยะเวลา และการจำกัด Ceiling/Floor ไม่เกินหนึ่งเท่าจากราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย

ก่อนจะพักการซื้อขายด้วยเครื่องหมาย SP ต่อตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ซึ่งตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์ฯ วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ถือเป็นวันซื้อขายสุดท้ายของหุ้น ขณะที่บอร์ดบริษัทมีมติไม่ยื่นอุทธรณ์

หุ้น SABUY เปลี่ยนชื่อ เป็น WSOL พร้อมแผนธุรกิจใหม่

ก่อนที่วิกฤตจะถึงจุดพักการซื้อขาย บริษัทได้ดำเนินการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ไปแล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 เปลี่ยนชื่อบริษัทจาก บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) เป็น บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) พร้อมเปลี่ยนชื่อย่อหลักทรัพย์จาก SABUY เป็น WSOL ตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์ฯ เรื่องการเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทและชื่อย่อหลักทรัพย์

การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้มาพร้อมแผนสร้าง S-Curve ใหม่ผ่านแพลตฟอร์มที่ใช้ชื่อว่า WeiD ซึ่งบริษัทวางเปิดตัวช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 ภายใต้การบริหารของผู้ถือหุ้นและผู้บริหารชุดใหม่

น่าสนใจว่าภายใต้ผู้บริหารชุดใหม่ที่เข้ามาบริหารงานนานกว่าหนึ่งปี บริษัทรายงานว่าสามารถปรับโครงสร้างธุรกิจให้กระชับขึ้นจน EBITDA ของกลุ่มบริษัทกลับมาเป็นบวกกว่า 214 ล้านบาทในปี 2568 เทียบกับตัวเลขติดลบ 237 ล้านบาทในปี 2567 อย่างไรก็ตาม ภาระหนี้ที่สะสมมาก่อนหน้าทำให้บริษัทยังขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง และเป็นสาเหตุสำคัญที่ต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ

ธุรกิจในเครือของ SABUY ปัจจุบัน

แม้หุ้นจะอยู่ในสถานะพักการซื้อขาย แต่บริษัทยืนยันว่าบริษัทในเครือที่ยังดำเนินธุรกิจประกอบด้วย PTECH หรือ Plus Tech Innovation รวมถึง Prompt Speed, Prompt Solutions และ Love Prompt ยังคงให้บริการแก่ผู้ใช้งานรวมกว่า 6 ล้านราย ผ่านจุดบริการกว่า 50,000 แห่งทั่วประเทศต่อเนื่อง โดยไม่ได้รับผลกระทบจากกระบวนการฟื้นฟูกิจการ

ธุรกิจหลักของกลุ่มยังคงครอบคลุมโซลูชันการชำระเงินและบริการฟินเทคแก่ร้านค้าและผู้บริโภค ซึ่งเป็นฐานรายได้เดิมที่บริษัทพยายามคัดกรองคุณภาพและตัดธุรกิจที่มีต้นทุนสูงแต่ไม่สร้างกระแสเงินสดออกไป เพื่อให้ส่วนที่เหลือสามารถทำกำไรได้จริง

การจ่ายปันผลของหุ้น SABUY ช่วงใดที่ผู้ถือหุ้นได้รับ

ประวัติการจ่ายเงินปันผลของบริษัทมีเพียงช่วงสั้นๆ ในช่วงที่ยังมีกำไร โดยสำหรับผลประกอบการปี 2565 บริษัทจ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.0255 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมไม่เกินราว 44.61 ล้านบาท ซึ่งเป็นอัตราที่ปรับลดลงจากเดิมหลังพิจารณาผลของการใช้สิทธิวอร์แรนต์

นับจากปีที่เริ่มขาดทุนเป็นต้นมา บริษัทไม่ได้จ่ายปันผลอีกเลย และจากฐานะส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบในปัจจุบัน กฎหมายบริษัทมหาชนมีเงื่อนไขจำกัดการจ่ายปันผลของบริษัทที่มีกำไรสะสมขาดดุลอยู่ในระดับที่เข้าข่ายต้องปรับปรุง ดังนั้นเรื่องปันผลจึงไม่ใช่ประเด็นที่ผู้ถือหุ้นควรคาดหวังในระยะใกล้

ปัจจัยที่ยังมีผลต่อมูลค่าหุ้นในอนาคต

ปัจจัยตามที่ปรากฏในข้อมูลจริงมีห้าประการที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่

  • คำสั่งของศาลล้มละลายกลางว่าจะรับคำร้องฟื้นฟูกิจการและเห็นชอบให้บริษัทเป็นผู้ทำแผนหรือไม่
  • เนื้อหาของแผนฟื้นฟูที่จะเสนอต่อเจ้าหนี้ โดยเฉพาะสัดส่วนการชำระหนี้และผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น
  • การกลับมาของส่วนของผู้ถือหุ้นเป็นบวกภายในกรอบเวลาที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด
  • ผลการดำเนินงานของธุรกิจที่เหลือว่าสามารถสร้างกระแสเงินสดจริงต่อเนื่องได้หรือไม่
  • แนวโน้มความเชื่อมั่นของนักลงทุนและคู่ค้าต่อการดำเนินธุรกิจระหว่างอยู่ในกระบวนการฟื้นฟู

สถานการณ์ล่าสุดและความหมายต่อผู้ถือหุ้น

ณ เวลาปัจจุบัน หุ้นยังคงอยู่ในสถานะพักการซื้อขายภายใต้เครื่องหมาย SP และยังเป็นบริษัทจดทะเบียนที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอนตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์ฯ การซื้อขายจึงไม่สามารถทำได้จนกว่าบริษัทจะสามารถแก้ไขเหตุเข้าข่ายให้ครบถ้วน หรือในกรณีเลวร้ายที่สุดคือถูกเพิกถอนออกจากตลาด ซึ่งหมายความว่าเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นรายย่อยมีความเสี่ยงสูงอย่างยิ่งในการกลับคืน

3 เส้นทางที่เป็นไปได้ของหุ้นในกระบวนการฟื้นฟู

เส้นทางที่ 1: ฟื้นฟูสำเร็จและกลับมาซื้อขายได้

หากศาลเห็นชอบแผนฟื้นฟูและบริษัทแก้ไขเหตุเข้าข่ายครบถ้วน ตลาดหลักทรัพย์ฯ อาจพิจารณาให้กลับมาซื้อขายตามปกติได้ ซึ่งมักกำกับด้วยเงื่อนไขเข้มงวดระยะหนึ่ง ตัวอย่างในตลาดไทยมีหุ้นที่ผ่านกระบวนการนี้และยังดำเนินธุรกิจต่อได้จนถึงปัจจุบัน

เส้นทางที่ 2: ฟื้นฟูไม่สำเร็จและถูกเพิกถอน

หากบริษัทไม่สามารถจัดทำแผนที่ศาลเห็นชอบ หรือแก้ไขคุณสมบัติไม่ทันภายในเวลาที่กำหนด ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเสนอคณะกรรมการฯ พิจารณาเพิกถอน ผู้ถือหุ้นจะยังเป็นเจ้าของกิจการแต่หุ้นจะซื้อขายตลาดไม่ได้ สภาพคล่องหายไปเกือบทั้งหมด

เส้นทางที่ 3: การขายกิจการหรือควบรวม

ในกระบวนการฟื้นฟูอาจมีผู้ลงทุนใหม่ยื่นซื้อกิจการหรือร่วมทุนปรับโครงสร้าง ซึ่งผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นเดิมขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ตกลงกับเจ้าหนี้ อาจได้ทั้งการชำระคืนบางส่วนหรือการถือหุ้นในกิจการที่ปรับโครงสร้างแล้ว

คำถามที่พบบ่อย

หุ้น SABUY เปลี่ยนชื่อเป็นอะไร

หุ้น SABUY เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท ดับบลิว เอส โอ แอล จำกัด (มหาชน) และเปลี่ยนชื่อย่อหลักทรัพย์เป็น WSOL มีผลตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2568 โดยยังคงจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเดิม

ตอนนี้ยังซื้อขายหุ้นได้หรือไม่

ไม่ได้ หลังวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันซื้อขายสุดท้ายชั่วคราว หุ้น WSOL ถูกพักการซื้อขายด้วยเครื่องหมาย SP ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ผู้ถือครองใหม่ไม่สามารถซื้อและผู้ถือเดิมไม่สามารถขายได้ในช่วงนี้

ผู้ถือหุ้นเดิมควรทำอย่างไร

สิ่งที่ควรทำคือติดตามประกาศของบริษัทและตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างต่อเนื่อง ศึกษาเอกสารฟื้นฟูกิจการเมื่อเปิดเผย และพิจารณาความเสี่ยงของพอร์ตด้วยวิจารณญาณของตนเอง โดยรับทราบว่าทั้งการกลับมาเทรดและการเพิกถอนล้วนเป็นไปได้

ผู้ที่สนใจศึกษากรณีตัวอย่างของหุ้นขนาดใหญ่ที่สรุปปัจจัยราคาและการปันผลไว้อย่างเป็นระบบ สามารถอ่านต่อได้ที่ สรุปปัจจัยที่มีผลต่อราคาหุ้น AOT ปันผล และภาพรวมบริษัท เพื่อเปรียบเทียบภาพระหว่างหุ้นที่ยังดำเนินงานปกติกับหุ้นที่อยู่ในสถานะปรับปรุง

บทสรุป

สรุปแล้ว ราคาหุ้น SABUY ที่เคยพุ่งแรงได้รับแรงกดหนักต่อเนื่องจากผลขาดทุนพันล้านตั้งแต่ปี 2566 จนส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบในปี 2568 และถูกตลาดหลักทรัพย์ฯ พักการซื้อขายตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 หุ้น SABUY หายไปไหน คำตอบคืออยู่ในสถานะ SP กลางกระบวนการฟื้นฟูกิจการต่อศาล หลังจาก หุ้น SABUY เปลี่ยนชื่อ เป็น WSOL ไปแล้วตั้งแต่กลางปี 2568 ประวัติปันผลของบริษัทมีเพียงปี 2565 ที่จ่ายหุ้นละ 0.0255 บาท ขณะที่ธุรกิจในเครือยังให้บริการผู้ใช้กว่า 6 ล้านรายต่อเนื่อง อนาคตของหุ้นขึ้นอยู่กับผลของแผนฟื้นฟูและความสามารถในการแก้ไขฐานะการเงินให้กลับมาครบถ้วน ซึ่งผู้ถือหุ้นทุกรายควรติดตามด้วยความระมัดระวังสูงสุด

หมายเหตุ: บทความนี้นำเสนอข้อเท็จจริงจากแหล่งข่าวและประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การลงทุนในหลักทรัพย์มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลจากประกาศของบริษัทและตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทุกครั้ง สามารถตรวจสอบหลักเกณฑ์และข้อมูลการคุ้มครองผู้ลงทุนเพิ่มเติมได้จาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย