สรุปหุ้น MGI – บริษัทมิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล

หุ้น MGI หรือ บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในหุ้น Entertainment ของไทยที่ได้รับความสนใจอย่างมากตั้งแต่วันแรกที่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์

ด้วยภาพลักษณ์ของเวทีประกวด Miss Grand International ที่โด่งดังระดับโลก บวกกับโมเดลธุรกิจที่ผสมผสานระหว่างความบันเทิง สินค้าอุปโภคบริโภค และการบริหารศิลปิน ทำให้นักลงทุนหลายคนอยากรู้ว่า MGI เหมาะกับพอร์ตของตนเองหรือไม่

บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับโครงสร้างธุรกิจ ผลประกอบการล่าสุด ความเสี่ยง และมุมมองการลงทุนในหุ้น MGI แบบเข้าใจง่ายสำหรับมือใหม่

ทำความรู้จัก หุ้น MGI คือบริษัทอะไร

อ้างอิง: MGI Public Company Limited

บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ใช้ชื่อย่อในตลาดหลักทรัพย์ว่า MGI ก่อตั้งโดยคุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล ปัจจุบันดำเนินธุรกิจในหลายขา ทั้งการจัดประกวดนางงาม การบริหารศิลปิน สื่อบันเทิง และจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคภายใต้แบรนด์ในเครือ

บริษัทเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai (Market for Alternative Investment) เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2566 โดยเสนอขายหุ้น IPO ที่ราคา 4.95 บาทต่อหุ้น และจัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดสื่อและสิ่งพิมพ์

จุดเริ่มต้น

MGI เริ่มต้นจากการเป็นองค์กรที่ถือลิขสิทธิ์เวที Miss Grand Thailand และต่อยอดสู่ Miss Grand International ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในเวทีประกวดที่มีผู้ชมและฐานแฟนคลับขนาดใหญ่ในเอเชียและละตินอเมริกา

การที่บริษัทสามารถสร้างฐานแฟนคลับเหนียวแน่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้สามารถต่อยอดธุรกิจไปยังสายผลิตภัณฑ์ คอนเทนต์ และการตลาดผ่านศิลปินในสังกัดได้อย่างต่อเนื่อง

ตำแหน่งของ MGI ในตลาด mai

เนื่องจาก MGI จดทะเบียนอยู่ในตลาด mai ซึ่งเป็นตลาดสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีศักยภาพเติบโตสูง สภาพคล่องและความผันผวนของราคาจึงสูงกว่าหุ้นในตลาด SET หลายตัว

นักลงทุนที่สนใจหุ้นกลุ่มนี้จึงควรเข้าใจลักษณะเฉพาะของตลาด mai และยอมรับความผันผวนของราคาในระยะสั้นได้ ก่อนตัดสินใจถือครอง

โครงสร้างธุรกิจของ MGI

หากดูจากภายนอก หลายคนอาจมอง MGI เป็นเพียงบริษัทที่จัดเวทีนางงาม แต่ในความเป็นจริง MGI วางตัวเป็น Entertainment Conglomerate ขนาดย่อม ที่มีแหล่งรายได้กระจายตัวอยู่หลายขา และพยายามต่อยอดจาก IP เวทีประกวดให้กลายเป็นกระแสเงินสดที่หลากหลาย

อ้างอิง: The Business Plus

ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและพาณิชย์

ส่วนนี้ถือเป็นรายได้ก้อนใหญ่ที่สุดของบริษัท ครอบคลุมตั้งแต่เซรั่มบำรุงผิว เครื่องสำอาง น้ำหอม กาแฟ และของกินของใช้ภายใต้แบรนด์ในเครือ เช่น MGI, NangNgam และพันธมิตรอื่น

สินค้ากลุ่มนี้ใช้พลังของศิลปินและนางงามในสังกัดในการทำตลาดผ่าน Live Commerce บนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง TikTok และเฟซบุ๊กไลฟ์ ทำให้สามารถปิดยอดขายต่อรอบได้สูงเป็นพิเศษ

ธุรกิจบริหารศิลปิน

MGI เก็บรายได้จากการบริหารคิวงาน การถ่ายแบบ การโฆษณา และการแสดงของนางงามและศิลปินในสังกัด เช่น อิงฟ้า วราหะ, ชาล็อต ออสติน และอื่นๆ ที่กลายเป็นตัวจริงในวงการบันเทิงไทย

รายได้กลุ่มนี้ผูกอยู่กับชื่อเสียงของศิลปินแต่ละราย ซึ่งสามารถสร้างมาร์จิ้นที่ดีในยุคที่อินฟลูเอนเซอร์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคสูงขึ้นเรื่อยๆ

ธุรกิจสื่อและบันเทิง

กลุ่มนี้รวมถึงรายการโทรทัศน์ คอนเทนต์บนยูทูบ การไลฟ์ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ตลอดจน Original Content ที่บริษัทผลิตเอง รายได้ส่วนใหญ่มาจากค่าโฆษณา การสนับสนุน และการขายลิขสิทธิ์คอนเทนต์

จุดแข็งคือ MGI สามารถเชื่อมโยงคอนเทนต์เข้ากับสินค้าและศิลปินในสังกัดได้แบบไร้รอยต่อ ทำให้เกิดวงจรรายได้แบบ Cross-Selling ที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ

ธุรกิจจัดประกวดมิสแกรนด์

หัวใจสำคัญของแบรนด์ MGI ยังคงเป็นการจัดเวทีประกวด Miss Grand Thailand และ Miss Grand International ซึ่งเป็น IP ที่สร้างฐานแฟนคลับและสร้างนางงามใหม่ให้กับสังกัดอย่างต่อเนื่อง

รายได้ตรงจากเวทีอาจไม่ได้เป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุด แต่เป็นรากฐานที่ทำให้ทุกขาธุรกิจอื่นเดินหน้าได้ ทั้งสินค้า ศิลปิน และสื่อ

รายได้ค่าเช่าและ MGI Hall

บริษัทยังมีรายได้จากค่าเช่าพื้นที่ MGI Hall ซึ่งใช้ทั้งจัดงานอีเวนต์ของบริษัทเองและให้เช่าจัดงานภายนอก สัดส่วนรายได้ส่วนนี้ไม่ได้สูงนัก แต่ช่วยให้บริษัทใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่ลงทุนไปได้คุ้มค่ามากขึ้น และเป็นรายได้ที่มีลักษณะค่อนข้างสม่ำเสมอเมื่อเทียบกับขาอื่น

โมเดลรายได้ของ หุ้น MGI

โมเดลธุรกิจของ MGI ค่อนข้างน่าสนใจ เพราะออกแบบให้แต่ละธุรกิจ feed กันเองได้อย่างเป็นวงจร เริ่มจากเวทีประกวดที่สร้างกระแสและฐานแฟนคลับ นำมาสู่การปั้นศิลปิน เมื่อศิลปินดังก็นำมาขายสินค้าผ่านไลฟ์ และคอนเทนต์รอบศิลปินยังถูกนำกลับมาขายโฆษณาในสื่อของ MGI อีกที

สัดส่วนรายได้ของบริษัท

จากการเปิดเผยข้อมูลในช่วงที่บริษัทเข้าตลาดและในรายงานประจำปี รายได้ของ MGI แบ่งคร่าว ๆ ได้ดังนี้

  • ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและพาณิชย์ ประมาณ 41% ของรายได้รวม
  • ธุรกิจบริหารศิลปิน ประมาณ 23%
  • ธุรกิจสื่อและบันเทิง ประมาณ 19%
  • ธุรกิจจัดประกวดมิสแกรนด์ ประมาณ 13%
  • รายได้ค่าเช่าและ MGI Hall ประมาณ 4%

โครงสร้างนี้สะท้อนว่า แม้ MGI จะถูกจดจำในฐานะองค์กรจัดประกวด แต่จริง ๆ แล้วรายได้หลักมาจากการขายของและการบริหารศิลปินที่อาศัยฐานแฟนคลับของเวทีเป็นเครื่องมือทางการตลาด

กลยุทธ์เพิ่มรายได้ในอนาคต

MGI ประกาศแผนต่อยอดธุรกิจไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และละตินอเมริกา ผ่านการขายลิขสิทธิ์เวที Miss Grand International ในแต่ละประเทศ

ขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าออกสู่ตลาดส่งออก และเพิ่มจำนวนศิลปินในสังกัด รวมถึงการสร้างคอนเทนต์ใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ชมยุค Short-form Video อย่าง TikTok และ Reels

ผลประกอบการของ หุ้น MGI

หากดูตัวเลขจริง ๆ จากงบการเงินที่ผ่านมา จะเห็นว่า MGI มีการเติบโตที่น่าสนใจในช่วงแรกหลังเข้าตลาด แต่ก็มีความผันผวนของกำไรในระยะหลังที่ต้องจับตามอง

อ้างอิง: ฐานเศรษฐกิจ

รายได้และกำไรย้อนหลัง

โดยสรุปแนวโน้มหลัก ๆ ของงบการเงินคือ

  • ปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 616 ล้านบาท สะท้อนจังหวะก่อนและช่วงเข้าตลาดที่กระแสเวทีและสินค้าในเครือกำลังบูม
  • ปี 2567 รายได้รวมเพิ่มเป็นประมาณ 746 ล้านบาท เติบโตราว 21% เทียบปีก่อน และกำไรสุทธิทำได้ราว 121 ล้านบาท
  • ปี 2568 รายได้รวมขยับขึ้นแตะระดับประมาณ 897 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 20% จากปีก่อน และกำไรสุทธิยังเติบโตในระดับใกล้เคียงกัน
  • ในรอบ 12 เดือนล่าสุด รายได้ปรับลดลงเหลือประมาณ 757 ล้านบาท พร้อมกำไรสุทธิที่หดตัวลงมากกว่า 60% เทียบช่วงเดียวกัน

อัตราส่วนทางการเงินที่ควรรู้

ราคาหุ้น MGI ปัจจุบันอยู่บริเวณใกล้เคียง 4.90 บาท ใกล้กับราคา IPO ที่ 4.95 บาท หลังจากที่ราคาเคยพุ่งขึ้นไปสูงสุดถึงประมาณ 10.70 บาทในรอบ 52 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขสำคัญที่ควรรู้คือ

  • มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดประมาณ 1,029 ล้านบาท สะท้อนขนาดของบริษัทที่ยังจัดอยู่ในกลุ่ม mai
  • อัตราส่วนราคาต่อกำไร (P/E) ประมาณ 14 ถึง 15 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยตลาด
  • อัตราส่วนราคาต่อมูลค่าตามบัญชี (P/BV) ประมาณ 1.88 เท่า สะท้อนว่ายังถูกประเมินมูลค่าสูงกว่ามูลค่าทางบัญชี แต่ไม่ถือว่าแพงเกินไปเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโต
  • อัตราเงินปันผลตอบแทนประมาณ 5.10% ซึ่งถือว่าโดดเด่นสำหรับหุ้นที่ยังอยู่ในช่วงเติบโต

กระแสเงินสดและการลงทุน

MGI มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวกในช่วงหลายปีหลัง สะท้อนว่าธุรกิจหลักสามารถสร้างเงินสดจริงได้ ไม่ใช่กำไรทางบัญชีอย่างเดียว

บริษัทใช้กระแสเงินสดส่วนหนึ่งกลับมาลงทุนในการขยายไลน์สินค้า สร้างทีมศิลปินใหม่ และพัฒนาสตูดิโอผลิตคอนเทนต์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนระยะยาวเลือกเข้ามาถือ

ความเสี่ยงในการลงทุนหุ้น MGI

แม้จะเป็นหุ้นที่มีจุดเด่นชัด แต่ MGI ก็มีความเสี่ยงเฉพาะตัวที่นักลงทุนต้องเข้าใจให้ดี ก่อนตัดสินใจถือครองในระยะยาว

การพึ่งพาบุคคลและภาพลักษณ์

รายได้ของ MGI ผูกอยู่กับชื่อเสียงและบุคลิกของผู้ก่อตั้งและศิลปินในสังกัด ความเสี่ยงคือ หากเกิดดราม่า ข่าวเชิงลบ หรือการเปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหารและศิลปินหลัก กระแสรายได้บางส่วนอาจสะดุดได้รวดเร็ว ต่างจากบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่อิงระบบมากกว่าตัวบุคคล

การแข่งขันในตลาดสินค้าและสื่อ

ตลาดเครื่องสำอาง อาหารเสริม และสินค้าออนไลน์ในไทยมีการแข่งขันสูงมาก โดยเฉพาะการเข้ามาของแบรนด์จากจีนและเกาหลีที่มีต้นทุนการตลาดสูง การรักษาส่วนแบ่งตลาดและมาร์จิ้นจึงเป็นโจทย์สำคัญ MGI ต้องพึ่งพากำลังของศิลปินและกลยุทธ์ Live Commerce อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความได้เปรียบ

ความผันผวนของกระแสและคอนเทนต์

ธุรกิจที่อิงคอนเทนต์และอินฟลูเอนเซอร์มีความเสี่ยงเรื่องวงจรชีวิตของกระแส หากเวทีประกวดในปีใดได้รับความสนใจน้อยลง หรือศิลปินที่กำลังดังหมดกระแส

รายได้ในกลุ่มที่อิงคอนเทนต์อาจชะลอตัวลงทันที ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มอย่าง TikTok และ Facebook สามารถปรับอัลกอริทึมได้ตลอดเวลา ส่งผลต่อยอดวิวและยอดขายของบริษัท

ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและภาษี

การจัดประกวดและธุรกิจสื่อมีข้อกำหนดทางกฎหมายและภาษีที่ค่อนข้างซับซ้อน รวมถึงเรื่องลิขสิทธิ์ การโฆษณา และมาตรฐานสินค้าด้านความปลอดภัย

หากภาครัฐออกกฎใหม่ที่เข้มงวดขึ้น เช่น การกำกับโฆษณาออนไลน์หรือสินค้าอาหารและเครื่องสำอาง MGI อาจต้องปรับโครงสร้างต้นทุนเพิ่ม

มุมมองการลงทุนใน หุ้น MGI

เมื่อรวมจิ๊กซอว์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน หุ้น MGI ถือเป็นหุ้นที่มีโมเดลธุรกิจสร้างสรรค์ มีจุดแข็งเฉพาะตัวจากการผูกธุรกิจเข้ากับแฟนคลับ และมีศักยภาพต่อยอดในระดับภูมิภาค

แต่ในขณะเดียวกันก็มีความผันผวนของผลประกอบการและความเสี่ยงเฉพาะตัวที่สูงกว่าหุ้นพื้นฐานทั่วไป

เหมาะกับนักลงทุนแบบไหน

หุ้น MGI น่าจะเหมาะกับนักลงทุนที่

  • มองหาหุ้นเติบโตในกลุ่ม Entertainment และ Consumer ที่ไม่เหมือนใคร
  • เข้าใจและยอมรับความผันผวนของราคาหุ้นใน mai ได้
  • มีพอร์ตหุ้นที่กระจายอยู่ในหลายอุตสาหกรรมแล้ว และต้องการเพิ่มสีสันด้วยหุ้นที่มีเรื่องราว
  • ให้น้ำหนักกับเงินปันผลรายปีในระดับที่น่าสนใจประมาณ 5%

กลยุทธ์การเข้าซื้อและบริหารพอร์ต

สำหรับนักลงทุนที่สนใจ MGI แต่ยังไม่กล้าเข้าเต็มไม้ การทยอยสะสมหุ้นในจังหวะที่ราคาย่อตัวเข้ามาในกรอบสนับสนุน และการกำหนดสัดส่วนหุ้นไม่ให้มากเกินไปในพอร์ต

ถือเป็นแนวทางที่ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนได้ดี อาจกำหนดสัดส่วนไว้ในกรอบประมาณ 3 ถึง 5% ของพอร์ตหุ้นไทย สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงปานกลางถึงสูง

สิ่งที่ควรติดตามต่อเนื่อง

นักลงทุนใน MGI ควรติดตามตัวเลขสำคัญหลายอย่างเป็นประจำ เช่น ยอดขายต่อรอบไลฟ์ จำนวนผู้ติดตามของศิลปินในสังกัด การประกาศเวทีในประเทศใหม่ ๆ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น ตลอดจนงบรายไตรมาสและการประกาศเงินปันผล สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ประเมินได้ว่าธุรกิจยังเดินตามแผนหรือไม่

สรุป หุ้น MGI ในมุมมองนักลงทุนมือใหม่

หุ้น MGI หรือ บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ถือเป็นหุ้นที่มีบุคลิกแตกต่างจากหุ้นทั่วไปในตลาด mai

ด้วยการรวมธุรกิจเวทีประกวด สื่อบันเทิง บริหารศิลปิน และสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าไว้ในองค์กรเดียว นักลงทุนที่ชอบเรื่องราวเชิงไลฟ์สไตล์และคอนเทนต์ จะมองเห็นจุดเด่นของ MGI ได้ไม่ยาก

ขณะเดียวกัน ตัวเลขผลประกอบการที่ผันผวนและการพึ่งพากระแสของศิลปินก็เป็นข้อจำกัดสำคัญ การลงทุนในหุ้นตัวนี้จึงไม่ใช่เรื่องของการตามกระแส

ควรเริ่มจากการเข้าใจโมเดลธุรกิจให้ครบ มองตัวเลขรายไตรมาสอย่างเป็นกลาง และวางสัดส่วนในพอร์ตอย่างมีวินัย เพื่อให้สามารถถือครองได้อย่างสบายใจในระยะยาว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ หุ้น MGI

1. หุ้น MGI อยู่ในตลาด SET หรือ mai

หุ้น MGI จดทะเบียนซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ mai หรือตลาดสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดยจัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดสื่อและสิ่งพิมพ์ เริ่มซื้อขายวันแรกเมื่อ 14 ธันวาคม 2566 ที่ราคา IPO 4.95 บาทต่อหุ้น

2. รายได้หลักของ MGI มาจากธุรกิจอะไรเป็นหลัก

แม้คนทั่วไปจะรู้จัก MGI จากเวที Miss Grand International แต่รายได้หลักจริง ๆ มาจากธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและพาณิชย์ที่กินสัดส่วนราว 41% รองลงมาคือการบริหารศิลปิน สื่อบันเทิง การจัดเวทีประกวด และค่าเช่า MGI Hall ตามลำดับ

3. หุ้น MGI ปันผลดีไหม

หากดูจากข้อมูลล่าสุด อัตราเงินปันผลตอบแทนของ MGI อยู่ในระดับประมาณ 5% ต่อปี ถือว่าน่าสนใจสำหรับหุ้นในกลุ่มเติบโต อย่างไรก็ตาม การจ่ายปันผลขึ้นอยู่กับผลประกอบการแต่ละปีและนโยบายของคณะกรรมการ จึงไม่ควรคาดหวังว่าจะคงที่ตลอดไป

4. หุ้น MGI เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่หรือไม่

MGI เป็นหุ้นที่มีเรื่องราวน่าสนใจและเข้าใจไม่ยาก แต่ราคามีความผันผวนสูงและขึ้นกับกระแสเฉพาะตัว นักลงทุนมือใหม่จึงควรเริ่มต้นด้วยสัดส่วนเล็ก ๆ ในพอร์ต ทำการบ้านเรื่องงบการเงินและข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ ก่อนที่จะค่อยปรับน้ำหนักการลงทุนตามความเข้าใจของตนเอง

5. ปัจจัยอะไรที่อาจทำให้ราคาหุ้น MGI ผันผวน

ปัจจัยที่มีผลต่อราคาหุ้น MGI ได้แก่ ผลประกอบการรายไตรมาส ข่าวสารของศิลปินในสังกัด การประกาศเวทีในประเทศใหม่ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้ชมและอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมถึงสภาวะตลาดหุ้นโดยรวม นักลงทุนจึงควรติดตามข่าวสารและงบการเงินอย่างใกล้ชิด